พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

นักบุญเกมมา กัลกินี


รอยแผลลึกลับของนักบุญเกมมา กัลกินี(Gemma Galgini) 
นำมาจากไดอารี่ของเธอ 

ในความรู้สึกภายในนี้, ฉันไม่รู้สึกถึงตัวเอง, และพบว่าตัวเองอยู่เบื้องหน้าพระมารดาแห่งสวรรค์ของดิฉัน และทางด้านขวาของพระนาง,ทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์ของฉันยืนอยู่ ท่านบอกให้ฉันสวดภาวนาบทแสดงความทุกข์ และเมื่อฉันสวดจบแล้ว,พระมารดาได้ตรัสกับฉันว่า ลูกสาว, ในพระนามของพระเยซู, บาปของลูกได้รับการอภัยแล้ว จากนั้นพระนางตรัสอีกว่า พระเยซู,องค์พระบุตรของแม่,รักลูกมากและพระองค์ปรารถนาที่จะประทานพระหรรษทานประการหนึ่งแก่ลูก ลูกรู้วิธีทำให้ตัวเองมีค่าคู่ควรหรือไม่? ในความน่าสมเพชของฉัน,ฉันไม่รู้จะตอบอย่างไร พระนางตรัสต่อไป แม่จะเป็นแม่ของลูก, แล้วลูกจะเป็นลูกสาวของแม่หรือไม่? จากนั้นพระนางก็กางเสื้อคลุมของพระนางและคลุมฉันไว้ ทันใดนั้น,พระเยซูทรงปรากฏมา,และบาดแผลทั้งหมดบนพระกายของพระองค์เปิดเผยให้เห็น แต่ไม่มีเลือดไหลออกมาจากบาดแผลเหล่านั้น และในทันใดนั้น, มีเปลวไฟลุกโชนขึ้นเปลวไฟเหล่านี้ก็มาสัมผัสมือ, เท้า, และหัวใจของฉัน และฉันรู้สึกราวกับจะตาย ฉันล้มลงกับพื้น แต่พระมารดาทรงพยุงฉันไว้,โดยคลุมฉันไว้ในเสื้อคลุมของพระนาง 

จากนั้นพระมารดาทรงจูบหน้าผากของฉัน นิมิตนั้นก็หายไป และฉันก็คุกเข่าลง แต่ฉันยังมีอาการปวดอย่างรุนแรงที่มือ เท้า และหัวใจ ฉันลุกขึ้นไปนอน,และเห็นว่ามีเลือดไหลออกมาจากบริเวณที่ฉันปวด ฉันปกปิดรอยแผลอย่างดีเท่าที่จะทำได้ จากนั้นโดยได้รับความช่วยเหลือจากเทวดาผู้พิทักษ์ของฉัน,ฉันจึงเข้านอน

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

นักบุญผู้แลกเปลี่ยนหัวใจกับพระเยซูเจ้า


คุณเคยได้ยินชื่อนักบุญลุดการ์ดิส(St. Lutgardis) ไหม? เธอเป็นแม่ชีที่ได้แลกเปลียนหัวใจกับพระเยซูเจ้า

นักบุญลุดการ์ดิส มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 11 เธอได้รับพระพรพิเศษและได้รับรอยแผลศักดิ์สิทธิ์

พระเยซูเจ้าประจักษ์ต่อเธอบ่อยครั้งและในไม่ช้าพระองค์ทรงสัญญาว่าจะประทานทุกสิ่งที่เธอวอนขอ

คำขอประการแรกของเธอคือขอให้เธอเข้าใจภาษาละตินเพื่อที่เธอจะได้ร้องเพลงภาษาละตินในระหว่างพิธีมิสซาได้อย่างไพเราะ

และเธอก็ได้รับตามคำขอ แต่เธอกลับรู้สึกว่างเปล่าในจิตใจเมื่อใดก็ตามที่เธอหยุดร้องเพลง

คำขอประการที่สองของเธอคือ ขอให้เธอเข้าใจพระคัมภีร์ทั้งหมดและคำอธิบายของบรรดาปิตาจารย์ในพระศาสนจักร

และเธอก็ได้รับตามคำขอ แต่เมื่อใดก็ตามที่เธอหยุดเทศน์สอนหรือหยุดการโต้วาที,เธอกลับรู้สึกว่างเปล่าในจิตใจ

คำขอต่อไปคือการเยียวยารักษาผู้อื่น เป็นคำขอที่กล้าหาญมาก, แต่เมื่อคนนับพันมาหาเธอเพื่อขอให้รักษาโรคหรือความเจ็บปวดต่างๆ เธอรู้สึกเบื่อและรำคาญมาก

คำขอสุดท้ายของเธอต่อพระเยซูเจ้านั้น ตรงไปตรงมาและสุภาพมาก เมื่อพระเยซูทรงถามเธอว่าเธอต้องการอะไร เธอตอบอย่างรวดเร็วว่า “ลูกต้องการดวงพระทัยของพระองค์ค่ะ”

เป็นภาพที่น่าตื่นเต้นทีเดียว พระเยซูทรงถอดดวงพระทัยจากรอยแผลที่สีข้างของพระองค์และเอาไปแทนที่หัวใจของนักบุญลุดการ์ดิส

การแปลความหมายของเรื่องราวนี้เป็นเรื่องที่ง่ายแต่น่าประทับใจ

คนหนึ่งสามารถมีความรอบรู้ในทุกสิ่งหรือรอบรู้ในพระคัมภีร์ หรือแม้แต่สามารถกระทำความดีได้ครบถ้วน

แต่ถ้าปราศจากดวงพระทัยของพระเยซูเจ้าเผาไหม้ในหัวใจของคนๆนั้น

เขาจะรู้สึกว่างเปล่า ไม่รู้สึกยินดีในผลลัพท์เหล่านั้นเลย

**********
หมายเหตุ - นักบุญลุตการ์ดิส(St. Lutgardis)เป็นนักบุญที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง ท่านเป็นผู้ได้รับรอยแผลศักดิ์สิทธิ์(Stigmatist)คนที่สองที่มีบันทึกไว้ และเป็นผู้ที่ได้รับรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นผู้หญิงคนแรก ท่านยังเป็นผู้มีความศรัทธาต่อดวงพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้ามากด้วย

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ


ตัวอย่างที่ดีของอารมณ์ขันที่เอาชนะความโกรธพบได้ในชีวิตของนักบุญโทมัส อไควนัส กล่าวกันว่าการประชุมในคณะโดมินิกัน บรรดานักบวชชอบเยาะเย้ยโทมัสในเรื่องที่เขามีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาทางปรัชญาและการเชื่อฟังอย่างพิถีพิถัน ครั้งหนึ่ง,มีคนหนึ่งร้องขึ้นว่า “โทมัส โทมัส, มาเถอะ มองออกไปนอกหน้าต่างหน่อย มีวัวกำลังกระโดดข้ามดวงจันทร์แน่ะ!” โทมัสผู้ชอบพิจารณาไตร่ตรอง,ละทิ้งงานของเขาและรีบไปพบนักบวชคนนั้น เมื่อบรรดานักบวชที่มาชุมนุมกันหัวเราะเยาะเขา เขาตอบว่า "ฉันอยากจะเชื่อว่าวัวกำลังกระโดดข้ามดวงจันทร์ มากกว่าที่เชื่อว่าชาวโดมินิกันจะพูดโกหก!" 

ที่มา: Quotable Saints  

วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

DDF รับรองความศรัทธาต่อแม่พระกุหลาบทิพย์


เป็นการแสดงความตระหนักรู้ถึงการได้รับพระพรจากการประจักษ์ของแม่พระกุหลาบทิพย์
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

พระธรรมเก่า พระธรรมใหม่


ในพระธรรมใหม่, ในการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้าย,พระเยซูทรงเสกปังให้เป็นพระกายและเสกเหล้าองุ่นให้เป็นพระโลหิตของพระองค์ 

ในพระธรรมเก่า, โยเซฟถูกขายเป็นทาสในอียิปต์และเขาถูกขังคุก มีผู้ที่ถูกขังพร้อมกับเขาด้วย 2 คนคือ คนรับใช้ที่คอยถวายเหล้าองุ่นให้ฟาโรห์ และคนทำขนมปัง ดังนั้นคนรับใช้คนนั้นจึงมีนัยในพระธรรมใหม่หมายถึงเหล้าองุ่นซึ่งเป็นพระโลหิตของพระเยซูเจ้า และคนทำขนมปังหมายถึงขนมปังซึ่งเป็นพระกายของพระเยซูเจ้า
 
 โยเซฟยังได้ทำนายอนาคตของคนทั้งสองโดยกล่าวกับคนรับใช้ว่าเขาจะได้เป็นอิสระ และเมื่อเป็นอิสระแล้วขออย่าลืมเขา ในพระธรรมใหม่,พระเยซูตรัสในการเลี้ยงอาหารค่ำว่า “จงทำสิ่งนี้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเรา” (อย่าลืมพระองค์) 

 และโยเซฟทำนายถึงคนทำขนมปังว่า เขาจะถูกแขวนคอตาย 

ทำไมในพระธรรมเก่า - คนรับใช้(ซึ่งหมายถึงพระโลหิต) จึงเป็นอิสระ และคนทำขนมปัง(ซึ่งหมายถึงพระกาย)จึงถูกฆ่าตาย ทั้งนี้เพราะในพระธรรมใหม่, พระเยซูทรงทำให้มนุษย์เป็นอิสระโดยอาศัยพระโลหิตของพระองค์ และพระกายของพระองค์ถูกแขวนอยู่บนไม้กางเขนจนสิ้นพระชนม์ 

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

นักบุญฟรังซิสเซเวียร์กับปู


อัศจรรย์เรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับนักบุญฟรังซิสเซเวียร์คือการที่ท่านได้ไม้กางเขนกลับคืนหลังจากที่โยนไปในทะเล ว่ากันว่าฟรังซิสเซเวียร์ติดอยู่ในพายุขณะที่กำลังเดินทางไปมะละกาในปี 1546 ด้วยความเชื่ออันแรงกล้า, นักบุญฟรังซิสจึงโยนไม้กางเขนลงทะเล และวอนขอพระเจ้าทรงบันดาลให้ทะเลสงบลง พระเจ้าทรงช่วยเหลือนักบุญจริงๆ พายุสงบลงและทะเลก็ไม่ปั่นป่วน แต่ฟรังซิสสูญเสียไม้กางเขนไป ตามเรื่องราว, ฟรังซิสเซเวียร์ เมื่อไปถึงชายฝั่งมะละกา ก็พบปูตัวหนึ่งคลานมาหาท่านโดยถือไม้กางเขนที่หายไปไว้บนก้ามของมัน เรื่องราวนี้มีความสำคัญมากจนมีรูปภาพปรากฏอยู่บนแท่นบูชาในพิธีสถาปนาฟรังซิสเซเวียร์เป็นนักบุญ และเป็นหนึ่งในสี่อัศจรรย์ที่มีรูปภาพแสดงบนธงที่ประดับไว้ที่อาสนวิหารเซนต์ปีเตอร์ในโอกาสนั้น