พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2025 เทศกาลเตรียมรับเสด็จ

          “สมัยของโนอาห์เป็นเช่นไร เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นเช่นนั้น ในสมัยก่อนน้ำวินาศนั้น ผู้คนกิน ดื่ม แต่งงานกันจนถึงวันที่โนอาห์เข้าไปในเรือ ไม่มีใครนึกระแวงว่าอะไรจะเกิดขึ้นจนกระทั่งน้ำวินาศมากวาดพวกเขาไปหมดสิ้น เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นเช่นนั้นด้วย เวลานั้น คนสองคนอยู่ในทุ่งนา คนหนึ่งจะถูกรับไป อีกคนหนึ่งจะถูกทิ้งไว้ หญิงสองคนที่กำลังโม่แป้งอยู่ คนหนึ่งจะถูกรับไป อีกคนหนึ่งจะถูกทิ้งไว้ “จงตื่นเฝ้าระวังเถิด เพราะท่านไม่รู้ว่านายของท่านจะมาเมื่อไร พึงรู้ไว้เถิด ถ้าเจ้าบ้านรู้ว่าขโมยจะมาในยามใด เขาคงจะตื่นเฝ้าไม่ปล่อยให้ขโมยงัดแงะบ้านของตนได้ ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน จงเตรียมพร้อมไว้ เพราะว่าบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้คาดหมาย
(มัทธิว.24:37-44)








วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

พระเจ้าทรงมีเหตุผล


พระเจ้าทรงมีเหตุผลที่ปล่อยให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้น

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณในวันนี้ล้วนมีจุดประสงค์

บางครั้งอาจเป็นเรื่องยากมากที่จะเข้าใจ

โดยเฉพาะเมื่อสิ่งนั้นไม่เป็นไปตามที่คุณวางแผนหรือคาดหวัง

คุณอาจไม่มีวันเข้าใจพระปรีชาญาณของพระเจ้า แต่คุณต้องเชื่อในพระประสงค์ของพระองค์


จงตระหนักว่าหากประตูปิดลง นั่นก็เพราะว่าสิ่งที่อยู่ข้างหลังนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับคุณ

บางครั้งสิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นไปตามที่คุณวางแผนไว้เพื่อให้คุณเรียนรู้ที่จะวางใจพระเจ้า

เชื่อและวางใจพระเจ้าในทุกสิ่ง แม้ว่าบางสิ่งจะไม่สมเหตุสมผลก็ตาม

สักวันหนึ่งทุกอย่างจะสมเหตุสมผล

ดังนั้น ตอนนี้ จงหัวเราะท่ามกลางพายุ ยิ้มท่ามกลางน้ำตา

และเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมีเหตุผล

วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

จงเฝ้ารอและดู


“เราคือพระยาห์เวห์ เราจะทำเช่นนี้ทันที เมื่อถึงเวลา”อิสยาห์ 60:22

ในอิสยาห์ 60:22 พระเจ้าทรงตรัสกับชาวอิสราเอลโดยรับรองกับพวกเขาว่าถึงแม้พวกเขาจะเป็นชนชาติเล็กๆ และต่ำต้อย พวกเขาก็จะกลายเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่และเข้มแข็ง ข้อความในพระคัมภีร์นี้เน้นถึงพลังอำนาจของพระเจ้าในการบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่และความซื่อสัตย์ของพระองค์ต่อสัญญาของพระองค์

สำหรับชาวคาทอลิก ข้อความนี้สะท้อนถึงความเชื่อของพวกเราในแผนการอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าและอำนาจของพระองค์เหนือทุกสิ่ง ข้อความนี้กระตุ้นให้พวกเราวางใจในวันเวลาของพระเจ้า แม้ว่าพวกเราจะไม่เข้าใจความล่าช้าหรือความท้าทายที่พวกเราอาจเผชิญ ข้อพระคัมภีร์นี้เป็นการเตือนใจว่าเวลาของพระเจ้าสมบูรณ์แบบเสมอ และพระองค์จะทำให้จุดประสงค์ของพระองค์เกิดขึ้นตามวิธีและเวลาของพระองค์เอง

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

แม่พระแห่งภูเขาคาร์เมล


วันที่ 16 กรกฎาคมฉลองแม่พระแห่งภูเขาคาร์เมล

แม่พระแห่งภูเขาคาร์เมล(Our Lady of Mount Carmel) เป็นชื่อที่ถวายแด่พระแม่มารีย์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับคณะคาร์เมลไลท์ โดยเริ่มต้นที่คณะคาร์เมลไลท์ในปาเลสไตน์

เรื่องราวเริ่มต้นด้วยประกาศกเอลียาห์ ผู้ซึ่งความมุ่งมั่นในการสวดภาวนาของท่านเป็นแรงบันดาลใจให้มีนักพรตบางคนมาตั้งรกรากบนภูเขานี้

เมื่อเวลาผ่านไป นักพรตเหล่านี้ได้สร้างโบสถ์น้อยถวายแด่พระแม่มารีย์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความศรัทธาที่มีต่อพระแม่มารีย์ภายใต้พระนามแม่พระแห่งภูเขาคาร์เมล

คณะคาร์เมลไลท์เกิดขึ้นจากเหตุนี้และแพร่กระจายไปทั่วทวีปยุโรปท่ามกลางความท้าทายและได้เจริญเติบโตขึ้น

เหตุการณ์สำคัญ เช่น การประจักษ์ของพระแม่มารีย์แก่นักบุญซีมอน สต็อกและการที่แม่พระประทานสายจำพวกสีน้ำตาลแก่ท่านนักบุญ เป็นปัจจัยที่หล่อหลอมความศรัทธานี้

ความศรัทธานี้สัญญาว่าจะให้ประโยชน์ทางจิตวิญญาณ รวมถึงการปกป้องไม่ให้ถูกสาปแช่งชั่วนิรันดร์สำหรับผู้ที่สวมสายจำพวกสีน้ำตาลย่างสม่ำเสมอ

วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

พึ่งพิงพระเจ้า


พระเจ้าทรงอนุญาตให้เราตกอยู่ในการประจญทดลอง เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้ที่จะพึ่งพิงพระองค์ในขณะที่ต้องอดทนรับความยากลำบาก

ทันทีที่กิเลสตัณหาเข้ามาโจมตีเรา ให้เรากล่าวทันทีว่า “พระเจ้าข้า โปรดช่วยข้าพเจ้าด้วย อย่าปล่อยให้ข้าพเจ้าทำผิดต่อพระองค์”

- นักบุญเจอโรม

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ความรักและความอบอุ่น


พระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 ทรงเล่าให้ที่ประชุมเข้าเฝ้าฟังว่า ตอนที่เป็นอัครสังฆราชแห่งมิลานท่านออกเยี่ยมสัตบุรุษ พบหญิงชราคนหนึ่งที่อยู่ตามลำพัง พระองค์ถามว่า "เป็นอย่างไรบ้าง" เธอตอบว่า "ไม่เลวค่ะ ดิฉันมีอาหารเพียงพอและก็ไม่เจ็บป่วยอะไร" "ถ้าอย่างนั้นคุณป้าก็มีความสุขดีใช่มั้ย" หญิงชรานั้นร้องไห้ทันที "ดิฉันไม่มีความสุขเลยต่างหาก ลูกชายและลูกสะไภ้ไม่เคยแวะมาหาฉันเลย ดิฉันกำลังจะตายเพราะความว้าเหว่ ไม่เคยมีใครมาถามฉันเลยว่ามีความสุขดีมั้ย"

พระสันตะปาปาทรงสรุปว่า "เพียงแค่มีอาหาร มีเสื้อผ้าที่อบอุ่นนั้นไม่เพียงพอเลยสำหรับมนุษย์ ผู้คนต้องการบางสิ่งมากกว่านั้น พวกเขาต้องการการพบหน้ากัน ต้องการเวลา ต้องการความรักจากเรา พวกเขาต้องการสัมผัสของเรา ต้องการกอดและถูกกอดเพื่อแน่ใจว่าพวกเขาไม่ถูกลืม ปีใหม่นี้อย่าลืมมอบความรักของเรา กลับไปกอดคนที่เรารักนะครับ มีบางคนรอเราอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้ใครเลยต้องว้าเหว่เพราะเรานะครับ

- คุณพ่อสุรชัย ชุ่มศรีพันธ์

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

อัศจรรย์การหายจากโรคที่ลูร์ดส


มีอัศจรรย์การหายจากโรคกว่า 2500 กรณีที่เกี่ยวเนื่องกับลูร์ดส

กรณีของกาเบรียล (Gabriel Gargem)ก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาเป็นชายหนุ่มที่กำลังจะตาย เขาไม่เชื่อในพระเจ้า และร่างกายของเขาก็ผอมแห้ง เขาต้องได้รับอาหารผ่านทางสายยางเท่านั้น และนั่นทำให้เขาผอมจนเห็นกระดูก เขากำลังจะตาย แม่และป้าของเขาเป็นคนที่มีความศรัทธามาก ป้าของเขาเป็นแม่ชี พวกเขายืนยันที่จะให้กาเบรียลไปที่ลูร์ด เขาไปที่ลูร์ดโดยที่ไม่มีความเชื่อ เขาไปเพียงเพื่อทำให้แม่และป้าของเขาพอใจ

มีอัศจรรย์สองอย่างเกิดขึ้นเมื่อเขาไปที่ลูร์ด อัศจรรย์แรกเป็นอัศจรรย์ฝ่ายจิต เขาได้รับความเชื่อและไปสารภาพบาปกับพระสงค์ แล้วเขาก็ได้รับศีลศักดิ์สิทธิ์

ในวันเดียวกัน ขณะที่เขายังเป็นคนพิการอยู่ พระสงฆ์ได้เดินผ่านมาตามธรรมเนียมที่จะอวยพรคนป่วยด้วยรัศมีศีลมหาสนิท และทันทีที่พระสงฆ์อวยพรให้กาเบรียลตรงที่เขาอยู่ เขารู้สึกว่ามีพละกำลังในร่างกาย เขาเริ่มร้องขึ้นว่า “ผมเดินได้ ผมเดินได้” แล้วเขาก็เริ่มเดิน

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับลูร์ดสก็คือ ที่นี่เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ที่มีจุดประสงค์สำหรับตรวจสอบสิ่งที่ประกาศว่าเป็นอัศจรรย์ และกาเบรียลก็ถูกตรวจสอบ เขาถูกตรวจสอบโดยนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 60 คน พวกเขาประกาศว่า กาเบรียลได้รับการรักษาให้หายอย่างสมบูรณ์

กาเบรียล กาเกม ได้อุทิศชีวิตที่เหลือของเขาในการดูแลคนป่ายที่มาที่ลูร์ดส ช่วยเข็นรถเข็น ปลอบใจ ฯลฯ