พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565

คุณค่่าของความทุกข์


“นักบุญบริเก็ตแห่งสวีเดนเคยได้รับการทดลองจากหลายๆคนอย่างต่อเนื่องและด้วยความอดทน มีคนหนึ่งพูดดูถูกเธอ อีกคนยกย่องเธอต่อหน้าเธอ,แต่กลับบ่นว่าถึงเธอเมื่อเธอไม่อยู่ อีกคนด่าเธอ อีกคนพูดไม่ดีกับเธอทั้งๆที่เธออยู่ต่อหน้า ทำให้เธอไม่พอใจเป็นอย่างมาก อีกคนหนึ่งทำผิดต่อเธออย่างร้ายแรงและเธอก็อวยพรเขา คนหนึ่งทำให้เธอสูญเสียบางสิ่งและเธอก็สวดภาวนาเพื่อเขา และผู้กล่าวร้ายคนที่เจ็ดให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการตายของลูกชายของเธอ ซึ่งเธอรับไว้อย่างสงบ ต่อจากนั้น,นักบุญอักเนสมรณะสักขีได้ปรากฏแก่บริเก็ตพร้อมกับนำมงกุฎที่สวยงามที่สุดที่ประดับด้วยเพชรพลอยเจ็ดเม็ดมาด้วย นักบุญอักเนสบอกกับบริเก็ตว่าผู้ที่กล่าวร้ายทั้งเจ็ดคนนั้นเป็นผู้ที่วางเพชรพลอยไว้บนมงกุฏนี้เอง แล้วนักบุญอักเนสก็สวมมงกุฏให้แก่บริเก็ตแล้วก็หายไป 
ผู้ที่ยอมรับความทุกข์จากการกระทำที่ไม่ดีของผู้อื่นได้ประโยชน์มากเพียงใดจากความอดทนเช่นนี้ นักบุญแองเจลาแห่งโฟลิกโน,เมื่อถูกถามว่าเธอสามารถทนต่อความทุกข์ด้วยความเบิกบานใจได้อย่างไร? เธอตอบว่า 'เชื่อเถิดว่า ความยิ่งใหญ่และคุณค่าแห่งความทุกข์นั้นไม่เป็นที่รับรู้และเป็นที่เข้าใจของเรา เพราะถ้าหากเรารู้ถึงคุณค่าของการทดลองของเราแล้ว การทดลองเหล่านั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่เราพยายามแสวงหา และเราจะพยายามฉวยโอกาสจากกันและกันเพื่อรับความทุกข์ทรมาน'"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น