พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระสันตปาปาสร้างความประหลาดใจ

พระสันตะปาปาได้สร้างความประหลาดใจให้แก่ชาวเกาหลีใต้ในวันนี้  ตามหมายกำหนดการพระองค์จะเสด็จออกจากกรุงโซลไปยัง แดจุง
.....อ่านต่อ

Pope in Korea



พระสันตปาปาประกอบพิธีมิสซาที่สนามกีฬาในวันที่ 15 ส.ค. 2014


พบกับเยาวชนเอเชีย

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ด้วยสายตาแห่งความเชื่อ

  สายตาแห่งความเชื่อคืออะไร?
สายตาแห่งความเชื่อ คือสายตาที่เราใช้มองดูสิ่งที่ไม่ใช่ของโลกนี้แต่อยู่เหนือกว่า  เป็นสายตาที่มองไปในอนาคต  เป็นสายตาที่สามารถแยกแยะสิ่งถูกและผิดและสามารถทำให้เห็นหนทางที่จะมุ่งไปสู่สิ่งที่ดี
เรื่องราวต่างๆในพระคัมภีร์ทั้งหมดบอกว่า  พระเป็นเจ้าทรงยกย่องผู้มีความเชื่อ  ความเชื่อหมายถึงความมั่นใจในพระเป็นเจ้า   ยอมให้พระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งต่อเราและนำทางเราไปในทุกแห่งทุกสถานการณ์ตามพระประสงค์ของพระองค์  ด้วยความเชื่อมั่นว่าสิ่งนั้นเป็นน้ำพระทัยของพระองค์  และเป็นแผนการของพระองค์ที่ทรงมีต่อชีวิตของเรา
ถ้ามีบางคนพูดถึงบางเรื่องเกี่ยวกับคุณในทางที่ไม่ดี?
จงสลัดมันทิ้งไปเสียจากชีวิตของคุณเหมือนสลัดฝุ่นดินออกจากรองเท้าของเรา  จงเรียนรู้ในเรื่องนี้เป็นอันดับแรก – คือสลัดละทิ้งสิ่งที่คนอื่นพูดหรือคิดถึงเราในทางที่ไม่ดี  มีบางเวลาที่เราทำสิ่งที่ถูกต้อง  แต่บ่อยครั้งปีศาจจะล่อลวงให้เราทำสิ่งที่ไม่ดีไม่ถูกต้อง  ทำให้เราตาบอดและเกิดความกลัว  เพื่อทำให้เราหมดกำลังใจ
ทันทีที่มันปรากฏต่อเรา  เราต้องรีบปฏิเสธมัน   เราต้องขุดรากของมันออกจากใจของเราทันที
ถ้าเราทำเช่นนี้บ่อยๆ  เราจะเรียนรู้วิธีในการกำจัดปีศาจได้ง่ายขึ้น
ขั้นต่อไป  เราต้องมองตัวเองในแสงสว่าง  อย่างที่พระเป็นเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็นเรา  พระองค์ทรงรักเรายิ่งกว่าเรารักตัวเราเองเสียอีก  จงมองดูตัวเองตามความเป็นจริง – นี่เป็นพลังที่จะทำให้คุณกลายเป็นผู้รับใช้ที่ดีของพระเป็นเจ้าในนิรันดรภาพ  พระเป็นเจ้าทรงทราบดีว่า  ภายใต้เนื้อหนังแห่งร่างกายนี้  และส่วนลึกของชีวิตที่เต็มไปด้วยการดิ้นรนนี้  เป็นความสวยงามที่ซ่อนอยู่ภายในซึ่งพร้อมจะเปิดเผยออกมา  เหมือนดังเช่นดักแด้ที่อยู่ในรังเส้นใย  ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็จะออกมาจากรังเส้นใยกลายเป็นผิเสื้อที่สวยงามบินโผผินไปในอากาศ
เราจะสวยงามเช่นนี้ได้อย่างไรหรือ?  เราต้องกลับไปที่เรื่องสายตาแห่งความเชื่อ  ด้วยสายตานี้เรามองข้ามความวุ่นวายของปัจจุบัน – มองข้ามปัญหาทุกอย่าง – และหันไปมองดูสิ่งดีๆที่มีอยู่  สิ่งที่เราต้องการให้เกิด  บุคคลที่เราต้องการเป็นเหมือนเขา
และถ้าสิ่งนั้นเป็นน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า  สิ่งนั้นคือเส้นทางที่เราต้องเดินตาม  เมื่อเรายกสายตาของเราขึ้นมองข้ามบุคคลที่ทำร้ายเรา  มองข้ามการทดลองต่างๆของโลกไม่ว่ามันจะร้ายกาจสักเพียงใด  นั่นเป็นเส้นทางเดินแห่งความรุ่งเรืองของเรา
บนกางเขน  พระเยซูคริสต์ทรงทอดพระเนตรขึ้นเบื้องบน  สวรรค์อยู่ในจิตใจของพระองค์แม้ว่าพระองค์ทรงถูกตรึงอยู่บนกางเขน  และพระองค์ทรงมอบสวรรค์ให้แก่โจรที่ถูกตรึงพร้อมกับพระองค์
ในทางตรงข้าม  ปีศาจต้องการให้เราสูญเสียความหวัง  ต้องการให้เราหมดกำลังใจ  ต้องการให้เราคิดว่าเราตกต่ำจนไม่สามารถขึ้นมาจากหลุมแห่งความตกต่ำนั้นได้  มันพยายามขัดขวางเราไม่ให้สวดภาวนา  แต่มันจะทำไม่สำเร็จถ้าเราจะสลัดมันทิ้งไปเสียด้วยการเอ่ยพระนามของพระเยซูเจ้า
เพราะฉะนั้นในครั้งต่อไปที่คุณรู้สึกท้อแท้ใจ  จงสลัดละความรู้สึกนั้น  เริ่มต้นสวดภาวนา  ในการภาวนานี้ให้คุณมองตนเองและสภาพของคุณในแสงสว่าง  มองดูปัญหาต่างๆของคุณที่ค่อยๆละลายหายไป  มองดูพระคริสตเจ้าผู้ทรงกำลังพยุงคุณให้ลุกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
ปีศาจจะมีอำนาจก็ต่อเมื่อคุณยอมมัน  พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ปกครองเหนือทุกสิ่งและทุกสถานการณ์  พระองค์ทรงเป็นความยินดีและสันติสุข  ผู้ทรงกำลังรอคอยคุณและรักคุณมากเกินกว่าที่คุณคิด  แต่พระองค์ทรงรอให้คุณยกสายตาแห่งความเชื่อของคุณขึ้น  มองดูดินแดนแห่งความชื่นชมยินดีและเข้ามาสู่ดินแดนนี้

วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เพลง Koinonia



เพลง Koinonia เป็นเพลงที่ใช้ต้อนรับพระสันตะปาปาอย่างเป็นทางการ ในการเสด็จเป็นประธานของพระองค์ในงานวันเยาวชนเอเชีย ตั้งแต่วันที่ 14-18 กรกฎาคม
Koinonia เป็นภาษากรีกแปลว่า มิตรภาพ เป็นเพลงที่บอกถึงความรักของพระเป็นเจ้าต่อมนุษย์ ดารานักร้องวัยรุ่น 36 คนเป็นผู้ร้องเพลงอันเป็นที่รู้จักกันดีนี้ในเกาหลีใต้

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระรูปแม่พระในอิรัก




พระสันตะปาปาทรงเศร้าพระทัยในเหตุการณ์ในอิรักและซีเรีย  ทรงเรียกร้องให้ยุติสงคราม
“ยุคนี้มีมรณสักขีมากกว่าในศตวรรษแรกเสียอีก”


ชายชาว ยีซีดิส 500 คนและเด็กๆถูกฆ่าโดยพวก ISIS  และพวกนี้ยังอ้างว่าตามกฎบัญญัติของอิสลามและคำสอนของมูฮัมหมัด  ผู้หญิงจะถูกส่งไปให้ทหารมุสลิมข่มขืน  ชาวยีซีดิสเป็นชนกลุ่มน้อยในอิรัก  ปฏิบัติตามศาสนาดั้งเดิมในแถบนั้น  เวลานี้กำลังถูกกำจัดออกไปโดยพวก ISIS
เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2014 สมาชิกสภาผู้เป็นตัวแทนของชาวยิซีดิส ได้ร้องไห้และขอร้องประชาคมโลกให้ช่วยเหลือชาวยิซีดิสของพวกเขา  นาง Fiyan Dakheel ซึ่งเป็นผู้แทนของชาวยีซีดิสได้ร้องไห้อย่างขมขื่นเรียกร้องมนุษยธรรมเพื่อช่วยเหลือชาวยีซีดิสให้พ้นจากการถูกฆ่าล้างเผ่าพันธ์โดยพวก ISIS
คนที่ถูกพวก ISIS ฆ่าไม่ใช่มีแต่คริสตชนเท่านั้น  แต่ยังมี ผู้นับถืออิสลามนิกาย สุหนี่  ชิอะห์ และชนกลุ่มน้อย ซึ่งนับรวมแล้วเป็นจำนวนนับพันคนที่ถูกฆ่าไปแล้ว  จุดประสงค์ของพวก ISIS คือการนำกฎบัญญํติ เชอเรีย ของอิสลามมาปกครองประเทศและทำให้ประเทศเป็นรัฐอิสลามเหมือนสมัยกาลิปแห่งเปอร์เซีย

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ผู้ก่อการร้ายในมาเลเซียและอินโดนีเซีย

           ความคิดที่จะสร้างอาณาจักรสมัยกาลิปแห่งเปอร์เซียขึ้นมาใหม่ได้แพร่กระจายไปในทวีปเอเชีย  ทำให้เกิดความกลัวว่าจะเกิดความวุ่นวายในอินโดนีเซียและมาเลเซีย
ในกัวลาลัมเปอร์และจาการ์ตา  ได้มีคำเตือนว่าพวกสมุนของกลุ่มก่อตั้งรัฐอิสลามเตรียมพร้อมแล้วที่จะโจมตีสถานที่ต่างในประเทศ  บริเวณที่เป็นเป้าหมายคือ สถานที่ราชการ,ที่สาธารณะและสถานที่ซึ่งเป็นจุดอ่อนไหว  เป้าหมายคือการลบล้างสถาบันทางด้านทุนนิยมและแหล่งโลกียสถานเพื่อที่จะนำกฎหมายอิสลาม (ชาเรีย) มาใช้ปกครองประเทศ  มีชาวมาเลเซียอย่างน้อย 20 คนอยู่ในซีเรียที่กำลังทำสงครามจีฮัด  และมีคนจากฟิลิปปินส์ร่วมด้วยเป็นครั้งแรก
ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อต้านผู้ก่อการร้ายจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย รายงานว่ามีชาวมาเลเซียและอินโดนีเซียหลายคนได้เข้าร่วมกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายอิสลาม Islamic State terror group (formerly known as ISIS)  ที่กำลังปฏิบัติการอยู่ในอิรักและซีเรีย  และดูเหมือนว่าพวกนี้มีแผนการจะโจมตีและก่อความวุ่นวายในประเทศบ้านเกิดของตนเองด้วย
ความสำเร็จในการยึดเมืองหลายเมืองในอิรัก ทำให้พวกนี้มีความฮึกเหิม  และกระทำการอย่างโหดร้ายต่อชนกลุ่มน้อย  เหตุการณ์นี้กำลังแพร่กระจายไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเช่นกัน
กลุ่มเคลื่อนไหวและผู้นำมุสลิมได้รับแรงบันดาลใจจากการกระทำของพวกนักรบนิกายสุหนี่  จึงตั้งใจจะสนับสนุนให้จัดตั้งรัฐกาลิปอิสลาม
หน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายในกัวลาลัมเปอร์และจาการ์ตาได้เตือนว่า  สมุนของกลุ่มก่อตั้งรัฐอิสลามต้องการล้มล้างรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฏหมาย  ด้วยความคิดที่ว่ารัฐบาลนี้เป็นสถาบันทางโลกียโดยธรรมชาติ  พวกนี้ต้องการนำกฎหมายชาเรียมาใช้อย่างเข้มงวดตามกฎบัญญัติของอิสลาม
ตามการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญ  ผู้ก่อการร้ายที่ปฏิบัติการอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจำนวนเพิ่มขึ้น   และในมาเลเซีย,มีการจับกุมเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างน้อย 19 คนที่ต้องสงสัยว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายในระหว่าง 7 เดือนที่ผ่านมานี้ 
ผู้ถูกจับกุมได้เปิดเผยแผนการที่จะโจมตีหน่วยงานภาครัฐ  ไนต์คลับ  บาร์และสถานเริงรมย์บนถนนสายบันเทิงยามค่ำคืน  ในเวลาเดียวกัน  มีชาวมาเลย์อย่างน้อย 20 คนได้เดินทางไปซีเรียเพื่อเข้าร่วมในการทำสงคราม  แต่จำนวนอาจมีมากกว่านี้
ในอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก  ได้สั่งห้ามการสนับสนุนกลุ่มเคลื่อนไหวหัวรุนแรง  และมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยจำนวนมาก  อย่างไรก็ตาม  อันตรายยังมีอยู่และมีมากขึ้นเรื่อยๆ  เพราะข้าราชการชั้นสูงรวมทั้งรัฐมนตรีไม่ค่อยให้ความสนใจที่จะป้องกันเรื่องนี้
มีรายงานว่ากลุ่มหัวรุนแรงมุสลิมในฟิลิปปินส์ก็พยายามเข้าร่วมปฏิบัติการแบบเดียวกับกลุ่มหัวรุนแรงมุสลิมในมาเลเซียและอินโดนีเซีย