พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559

วันทามารีย์5


นักบุญ แมคทิลเด, ผู้ที่รักแม่พระมาก, วันหนึ่งสาละวนกับการแต่งบทสวดที่สวยงามเพื่อสรรเสริญแม่พระ. แม่พระได้ประจักษ์มาแก่ท่านและมีอักษรสีทองปรากฏอยู่บนพระหทัยซึ่งเขียนว่า "วันทามารีอาเปี่ยมด้วยหรรษทาน" พระนางตรัสแก่ท่านว่า "ลูกรัก, ไม่ว่าลูกจะคิดบทสวดอะไรก็ตามก็ไม่สามารถจะนำความยินดีมาให้แก่แม่ได้มากเท่ากับบทสวดวันทามารีอานี้"
ท่านนักบุญองค์นี้จึงสวดบทวันทามารีอาอย่างช้าๆเสมอ และได้พบกับปิติสุข. แม่พระทรงประจักษ์แก่ท่านอีกครั้ง, ทรงยิ้มและบอกให้ท่านทราบถึงวันเวลาที่ท่านจะเสียชีวิต และจะทำให้ท่านสิ้นชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์และมีความสุขที่สุด
หลังจากมรณกรรมของท่าน,มีดอกลีลี่สวยงามได้งอกและเติบโตขึ้นจากปากของท่านและมีคำเขียนไว้บนกลีบดอกของมันว่า "วันทามารีอา"
ท่านเซซารีอุสก็มีปรากฎการณ์คล้ายๆกัน. ท่านเป็นนักพรตที่ศํกดิ์สิทธิ์และถ่อมตน ท่านอาศํยอยู่ในอาราม. ท่านมีความจำที่ไม่ดีนักจนท่านจำบทสวดได้เพียงบทเดียวคือบท "วันทามารีอา" . หลังจากท่านเสียชีวิต,มีต้นไม้เติบโตขึ้นบนหลุมฝังศพของท่านและใบทุกใบของมันจะมีอักษรเขียนไว้ว่า "วันทามารีอา"
เรื่องเล่าอันสวยงามนี้แสดงให้เราเห็นว่าความศรัทธาต่อแม่พระมีคุณค่ามากสักเพียงไร และบทสวดวันทามารีอามีอำนาจมากสักเพียงไร

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

คำแนะนำของคุณพ่อบอสโกในการมีชีวิตที่มีความสุข

 
คุณพ่อบอสโกเคยได้รับความยากลำบากมาตั้งแต่เด็ก  แต่ท่านก็มีชีวิตที่มีความสุขมีความร่าเริงยินดีในจิตใจเสมอ  ท่านเขียนจดหมายถึงคนในคณะซาเลเซียนว่า “มิตรสหายที่รัก  พ่อเป็นคนที่จิตใจร่าเริงยินดีและพ่อรักในสภาพเช่นนี้  เพราะฉะนั้น  พ่อจึงปรารถนาให้เธอและทุกๆคนมีความสุข  ถ้าพวกเธอทำตามที่พ่อแนะนำ  พวกเธอก็จะมีจิตใจร่าเริงยินดีและมีความสุขในหัวใจ
และนี่เป็นคำแนะนำ 6 ข้อของคุณพ่อบอสโกในการมีชีวิตที่มีความสุข
1.            มีชีวิตเพื่อพระเป็นเจ้าเท่านั้น – “จงถวายเกียรติและสรรเสริญพระเป็นเจ้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยจิตวิญญาณทั้งสิ้นของท่าน  ถ้าท่านมีบาปในจิตใต้สำนึก  จงกำจัดมันออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยการไปสารภาพบาปอย่างดี”
2.            เป็นเพียงคนรับใช้  - “อย่าต่อต้านผู้ใด  เหนือสิ่งอื่นใด จงเต็มใจที่จะรับใช้ผู้อื่น  จงเข้มงวดกับตัวเองมากกว่าเข้มงวดกับผู้อื่น”
3.            ระมัดระวังในการสมาคม – “อย่าวางใจผู้ที่ไม่มีความเชื่อในพระเป็นเจ้าและผู้ที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของพระองค์  ระวังคนที่ไม่มีศิลธรรมและกระทำผิดต่อพระบัญญัติของพระเจ้าและผู้ที่ไม่ทำสิ่งที่พวกเขาควรทำในด้านศิลธรรมอันดีงาม  เขาอาจจะทรยศต่อท่านได้เมื่อเขามีโอกาส
4.            ใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวัง – “ถ้าท่านไม่ต้องการตกในความยากลำบาก  จงอย่าใช้จ่ายเงินมากเกินกว่าที่หามาได้  ท่านต้องจดจำเรื่องนี้ไว้เสมอและรู้จักสถานะของตัวเอง”
5.            เป็นคนถ่อมตน – “จงถ่อมตน  พูดให้น้อยเกี่ยวกับตัวเองและอย่าพูดยกย่องตัวเองต่อผู้ใด  คนที่ยกย่องตัวเอง  ถึงแม้เขาจะมีความดีก็จริง  เขาก็เสี่ยงที่จะสูญเสียความรู้สึกดีๆจากผู้อื่น  คนที่แสวงหาแต่การยกย่องสรรเสริญและเกียรติเพื่อตัวเอง  แน่ใจได้ว่าเขาจะมุ่งหน้าไปสู่ความว่างเปล่าไร้แก่นสาร  เขาจะไม่มีสันติสุขในจิตใจและจะกลายเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือ”
6.            แบกกางเขนของตนเอง – “จงแบกกางเขนด้วยบ่าของท่านและรับแบกไม่ว่าจะเป็นกางเขนที่ใหญ่หรือเล็ก  ไม่ว่าจะเป็นกางเขนที่มาจากเพื่อนหรือศัตรู  และไม่ว่ามันจะทำด้วยไม้หรือสิ่งอื่น  ผู้ที่ฉลาดที่สุดและมีความสุขมากที่สุดก็คือผู้ที่รู้ตัวว่าเป็นภาระของเขาที่จะต้องแบกกางเขนไปตลอดชีวิต  ด้วยความเต็มใจและยอมรับสิ่งที่พระเป็นเจ้าทรงส่งมาให้เขา”
เราสามารถมีจิตใจที่ชื่นชมยินดีอยู่เสมอเหมือนคุณพ่อบอสโกได้  เมื่อเราปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านั้น  แล้วเราจะค้นพบความลับว่าความศักดิ์สิทธิ์เป็นความสุขที่แท้จริงนั่นเอง  เหมือนที่บรรดานักบุญทั้งหลายได้ค้นพบมาก่อนแล้ว  และบรรดานักบุญเหล่านั้นก็ปรารถนาให้เราได้ค้นพบเหมือนกับท่านด้วย

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2559

วันทามารีย์4


ชายผู้หนึ่งเป็นปฎิปักษ์ต่อพระศาสนาจักร
วันหนึ่ง,เขาพบบทความอธิบายความหมายของบทสวดวันทามารีอาและได้อ่านมัน. เขารู้สึกประทับใจมากและเริ่มสวดทุกวัน. โดยไม่รู้สึกตัว,ความรู้สึกเป็นปฎิปักษ์ต่อพระศาสนาจักรคาทอลิกของเขาก็เริ่มหายไป. เขาได้กลับมาเป็นคาทอลิก,และได้กลายเป็นพระสงฆ์ผู้ศักดิ์สิทธิ์,เป็นศาสตราจารย์ทางเทววิทยาของคาทอลิกที่ Breslau
           คุณพ่อ ซูอาเรส, ผู้คงแก่เรียนผู้ศักดิ์สิทธิ์ของคณะเยซูอิท, ได้กล่าวยืนยันเมื่อท่านกำลังจะสิ้นใจว่า ท่านยินดีที่จะยกหนังสือทั้งหมดที่ท่านแต่ง,การงานทั้งหมดที่ท่านทำตลอดชีวิต เพื่อแลกกับการสวดบทวันทามารีอาอย่างดีและศรัทธาเพียงหนึ่งบท.  
 

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559

วันทามารีย์3



จาคอบ แห่งเมดจูกอเรจ์, เมื่อเป็นเด็กชอบเล่นเตะฟุตบอลกับเพื่อนมาก. แม่พระได้บอกกับเขาไม่ให้หยุดสวดภาวนา เมื่อเวลาที่เดินไปโรงเรียนหรือเล่นอยู่กับเพื่อน,ก็ให้ภาวนาด้วยการพูดประโยคสั้นๆที่ออกจากหัวใจต่อพระเป็นเจ้า วันต่อมา,จาคอปกำลังจะไปเล่นกีฬากับเพื่อน ก่อนเริ่มเล่น,เขาจำคำของแม่พระที่บอกเขาเมื่อเย็นวันก่อนได้. แต่เขารู้สึกไม่อยากสวดภาวนา. เขาอยากเริ่มเล่นกีฬาเลย. เพื่อประนีประนอมในจิตใจ,เขาจึงสวดบทวันทามารีอาอย่างเร็วๆเพื่อไม่ให้แม่พระเสียพระทัย. วันนั้น,เมื่อแม่พระประจักษ์มาแก่เขา. พระนางทรงให้เขาเห็นชายคนหนึ่งซึ่งอยู่ในประเทศจีน, เขากำลังจะตาย. เขาเป็นคนเหี้ยมโหดมาก,เป็นคนใจแข็ง,และเขากำลังจะต้องไปยังนรก. แต่แม่พระตรัสแก่จาคอปว่า เพราะเห็นแก่การสวดภาวนาที่เขาถวายแด่พระนางก่อนที่จะเล่นกีฬา, ถึงแม้จะเป็นการสวดอย่างเร็วๆ, แต่ด้วยการสวดภาวนานี้จึงทำให้พระนางได้รับพระหรรษทานจากพระเป็นเจ้าเพื่อช่วยคนคนนี้. ก่อนที่เขาจะตาย ,จิตใจของเขาได้เปลี่ยนไป ชายคนนี้ได้รับการช่วยเหลือเพราะคำสวดภาวนาของจาคอป.
 

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559

วันอาทิตย์พระเมตตา


รักรุมร้อนดุจไฟไหม้   พระทัย
พระคริสต์ผู้สถิตย์ใน               ไอยสวรรค์
จึ่งประทานเมตตาให้                มนุษย์   นี้นา
เศร้าคลายเป็นสุขสันต์             แก่ผู้  วางใจ
โลกา-รอวันวินาศ        ปลาสนา
หากพระมิทรงเมตตา               ช่วยไว้
หลั่งพรพระกรุณา                    ยิ่งใหญ่
พระเมตตาอุดมไซร้                 เปี่ยมน้ำ  พระทัย
มหาพรตสัปตะ            อภิวันท์
น้อมนบบังคมคัล                    เทิดไท้
องค์เจ้าจอมราชัน                    ศักดิ์สิทธิ์  ทรงฤทธิ์
ดวงจิตประณตไหว้                 นบเกล้า  นมัสการ

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมะเร็ง

หลังจากหลายปี    ที่พูดกันว่าการทำคีโม (วิธีเคมีบำบัด) เป็นทางเลือกเดียวที่จะลอง และใช้ในการกำจัดโรคมะเร็ง ในที่สุดโรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินส์ก็เริ่มแนะนำถึงทางเลือกอื่นๆอีก