พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

มีการเบียดเบียนคริสตชนเพิ่มมากขึ้น


นี่คือใบหน้าของเด็กๆที่บริสุทธิ์, ผู้ชายและผู้หญิงที่มี จำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึง 215 ล้านคน
ตัวเลขนี้คือจำนวนประชาชนที่ได้รับความทุกข์ยากลำบากเพราะพวกเขาเป็นคริสตชน
มีสถิติที่เปิดเผยในรายงานล่าสุดจัดทำโดย Open Doors ซึ่งได้จัดทำนาน 60 ปีรวบรวมจำนวนผู้ได้รับการเบียดเบียนทางศาสนาในโลก
ผู้สำรวจได้วิเคราะห์จาก 50 ประเทศทั่วโลกและจำนวนประชากร 4,800 ล้านคน  จากจำนวนนี้เป็นคริสตชน 215 ล้านคนที่ได้รับความทุกข์จากการถูกเบียดเบียนในระดับที่สูง  สูงมาก  และสูงสุดขีด
จากตัวเลขนี้ประมาณการได้ว่าคริสตชน 1 ใน 12 คนจะเป็นเหยื่อของความรุนแรงอันเนื่องมาจากศาสนา 
เกาหลีเหนืออยู่ในอันดับแรก  เนื่องจากประชาชนในประเทศไม่มีเสริภาพจึงทำให้ไม่เสรีภาพทางศาสนาเลย 
โซมาเลียเป็นประเทศที่ติดตามมา  ชาวมุสลิมในประเทศที่กลับใจเปลี่ยนมานับถือคริสต์ศาสนาจะถูกฆ่าตาย 
อัฟกานิสถาน , ปากีสถาน ,ซีเรีย และ อิรัก ก็อยู่ในบัญชีรายชื่อด้วย  กลุ่มหัวรุนแรงทางศาสนาและผู้ก่อการร้ายจิฮัดเป็นตัวการที่ทำการกีดขวางประชาชนไม่ให้เปลี่ยนศาสนา
เยเมนก็ติดอยู่ในท็อปเท็น 1 ใน 10 ของรายชื่อด้วยในปีนี้  ประเทศที่ยากจนที่สุดในตะวันออกกลางนี้ยังคงทำสงครามกลางเมืองกับคริสตชน  ตัวอย่างหนึ่งของความรุนแรงนี้ก็คือการลักพาตัว คุณพ่อทอม  พระสงฆ์คณะซาเลเซียน โดยกลุ่มนักรบจิฮัดซึ่งเคยฆ่ามิชชันนารีแห่งเมตตาธรรมไป 4 องค์
รายงานสถิติยังกล่าวถึงความรุนแรงในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างเช่น อินเดีย บังกลาเทศ ลาว ภูฐาน และเวียตนาม  Open Doors รายงานว่าทางตอนเหนือของอินเดียมีคริสตชนราว 40 ล้านคนที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากกลุ่มหัวรุนแรงชาวฮินดู
รายงานบอกว่าใน 21 จาก 50 ประเทศ คริสตชนถูกเบียดเบียน 100 เปอร์เซ็นต์  อย่างไรก็ตาม แม้จะมีสถานการณ์ที่เลวร้าย แต่ก็ยังมีความหวังอยู่บ้าง  มีสถาบันมากขึ้นและการริเริ่มมากขึ้นที่จะคอยเตือนภัยถึงการเบียดเบียนเหล่านั้น  และยิ่งกว่านั้นมีการช่วยเหลือคริสตชนที่ชีวิตของเขากำลังอยู่ในอันตรายจากการไม่ยอมปฏิเสธพระเยซูคริสต์

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560

ชีวิตคริสตชนต้องเป็นการต่อสู้กับปีศาจอยู่เสมอ


VATICAN CITY (CNS) —พระสันตปาปาฟรังซิสตรัสเทศน์สอนระหว่างพิธีมิสซาที่วัดน้อยนักบุญมาร์ทาเมื่อวันที่ 19 ม.ค.2017 ว่า การเข้าใกล้พระคริสต์มากขึ้นหมายถึงการต้องต่อสู้กับการประจญล่อลวงและต่อสู้กับปีศาจทุกวัน
เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเข้าใกล้ประชาชนที่มาฟังพระองค์และรับการรักษาโรคจากพระองค์ “จิตที่สกปรกพยายามหยุดยั้งประชาชนเหล่านั้น  มันเริ่มทำสงคราม”  เหตุใดประชาชนที่แสวงหาและติดตามพระเยซูเจ้าจึงเผชิญกับอุปสรรค
พระสันตะปาปาตรัสว่า จากพระวรสารประจำวัน มาร์โก 3:7-12 ทำให้เราอยากรู้ว่าเรื่องจะจบลงอย่างไร  จิตสกปรกเหล่านั้นร้องตะโกนต่อพระเยซูว่า”ท่านเป็นบุตรของพระเจ้า”  เมื่อประชาชนจำนวนมากมาดู ฟังพระเยซูเจ้า  และรับการรักษาโรคจากพระองค์
 “นี่เป็นความจริง นี่เป็นความรู้สึกของประชาชนแต่ละคนเมื่อพระเยซูเจ้ามาใกล้พวกเขา”
“คนที่บอกว่าเขาไม่เคยถูกประจญนั้น ไม่ใช่คริสตชน พวกเขาเป็นพวกที่นับถือรูปเคารพ หรือนับถือผีปีศาจ”
เมื่อพระเป็นเจ้าดึงดูดประชาชนโดยทางพระเยซูเจ้า ปีศาจก็พยายามดึงพวกเขาไปทางอื่น “และมันทำสงครามในจิตใจของเรา” พระสันตะปาปาตรัส “เพราะเหตุนี้นักบุญเปาโลจึงพูดว่าชีวิตคริสตชนคือการทำสงคราม ทุกๆวัน”
 “พระเยซูเจ้าเสด็จมาเพื่อมีชัยชนะในสงคราม “เพื่อทำลายซาตาน ทำลายอิทธิพลของมันในหัวใจของพวกเรา”
เราต้องเลือกว่า  ต้องการความสะดวกสบาย สิ่งที่ง่ายๆ และชีวิตที่เงียบสงบ หรือต้องการให้หัวใจของเขา “รู้สึกว่าต้องทำสงครามกับปีศาจ” และช่วยพระเยซูเจ้าให้ได้รับชัยชนะ?
“ให้เราพิจารณาเกี่ยวกับจิตใจของเรา  เรารู้สึกถึงสงครามนี้หรือไม่?”  และปรารถนาที่จะรับใช้พระเจ้า สวดภาวนา  สรรเสริญพระบิดาและทำสิ่งที่ดีงามหรือไม่?  หรือมีบางสิ่งที่มาหยุดยั้งเราไว้และหันเหเราด้วยการประจญจากความสะดวกสบายและความบันเทิงต่างๆ?”

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560

ปีศาจมีอยู่จริง

พระอัครสังฆราชเอริโอ คาสเตลลุกซี พูดถึงคนที่คิดว่าปีศาจไม่มีอยู่จริง  ท่านกล่าวว่า “พวกเขาคิดผิด”
>>>อ่านต่อ

วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560

พระนางมารีย์ยอดสตรีเหนือใครทั้งปวง

พระนางมารีย์ทรงเป็นที่รักยิ่งของพระเป็นเจ้า  พระบิดา  พระบุตร และพระจิต
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2560

พระสันตปาปาส่งสาส์นถึงทรัมป

 
Vatican Radio : พระสันตปาปาฟรังซิสทรงส่งสาสน์แสดงความปรารถนาดีแก่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ในโอกาสการสาบานเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ 20 ม.ค.2017 ใจความในสาส์นของพระสันตปาปาบางตอนมีดังนี้
“ในเวลาที่ครอบครัวมนุษยชาติของเรากำลังตกอยู่ในวิกฤตการณ์อันยากลำบากนี้  ได้เรียกร้องความรับผิดชอบและการมองการณ์ไกลจากทางฝ่ายการเมือง  ข้าพเจ้าสวดภาวนาขอให้การตัดสินใจของท่านจะได้รับการนำทางโดยจิตสำนึกที่สูงส่งและคุณค่าของคุณธรรม  ที่ซึ่งได้ก่อรูปร่างในประวัติศาสตร์ของประชาชนชาวอเมริกันและพันธกรณีแห่งชาติของท่านที่จะส่งเสริมศักดิ์ศรีของมนุษย์และอิสระเสรีภาพของโลก”
“ภายใต้ความเป็นผู้นำของท่าน ขอให้เกียรติภูมิของอเมริภาจงดำรงอยู่ต่อไปและเจริญยิ่งขึ้นในด้านความเอาใจใส่ต่อบรรดาคนยากจน,คนที่ถูกขับไล่และคนที่ต้องการความช่วยเหลือผู้เป็นเหมือนลาซารัส  นั่นคือกำลังนอนอยู่ที่ปากประตู”

สาส์นของแม่พระแห่งซานนิโคลัสได้รับการรับรอง


การประจักษ์ของแม่พระแห่งสายประคำแห่งซานนิโคลัสได้รับการรับรองว่าเป็น “สิ่งเหนือธรรมชาติ” และมีค่าต่อการเชื่อถือ โดยพระสังฆราช Hector Sabatino Cardelli of San Nicolas de los Arroyos ของประเทศอาร์เจนตินา

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560

อิตาลีจะกลายเป็นประเทศมุสลิม?


ผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมที่เข้ามาในอิตาลีก่อความเดือดร้อนวุ่นวายมากมายให้แก่ชาวอิตาลี  แต่รัฐบาลก็ยังคงเปิดประเทศให้แก่พวกเขา