พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2567

เก้าอี้ของนักบุญเปโตร


เมื่อวันพุธที่ 2 ตุลาคม พระสันตปาปาทรงมีโอกาสได้ทรงชมเก้าอี้ของนักบุญเปโตรในห้องเก็บเครื่องบูชาออตโตโบนี(Ottoboni sacristy)ของมหาวิหารนักบุญเปโตร หลังจากทรงประกอบพิธีมิสซาในจัตุรัสนักบุญเปโตร ก่อนการประชุมไซนอดครั้งที่ 2 ว่าด้วยเรื่องSynod on Synodality ภาพของพระองค์ขณะประทับนั่งหน้าเก้าอี้ดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัล

 นับตั้งแต่ปี 1974 พระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเป็นพระสันตปาปาพระองค์แรกที่ได้ชมเก้าอี้ที่เชื่อกันว่าเป็นของนักบุญเปโตร อัครสาวก

 ประเพณีโบราณระบุว่านักบุญเปโตรเคยนั่งบนเก้าอี้ดังกล่าวระหว่างการเทศน์สอนคริสตชนยุคแรกในกรุงโรม

วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ปีศาจกำลังตื่นตกใจ


โดย Fr.Ripperger (พระสงฆ์ผู้ขับไล่ปีศาจ)

 ปีศาจแสดงให้เห็นเครื่องหมายทุกอย่างที่แสดงว่าเวลาของมันใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดลงแล้ว ปีศาจมากกว่าหนึ่งตัวได้บอกผมว่า เวลาของมันสั้นลง และมันก็ร้องไห้เพราะมันชอบอำนาจทุกอย่างที่มันได้รับในเวลานี้ นั่นหมายความว่าพระเจ้ากำลังจะทำให้ทุกสิ่งจบลงสำหรับมัน เราจึงควรมีความวางใจอย่างสมบูรณ์ในพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงควบคุมทุกสิ่งไว้อย่างสมบูรณ์ เราต้องมีความวางใจในพระเจ้าไม่ว่าเวลาใดที่ปีศาจพยายามสร้างอิทธิพลในชีวิตของเรา พระเจ้าจะทรงดูแลเราและชำระล้างเราให้บริสุทธิ์ จะช่วยเราให้เดินทางไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ในคุณธรรมความดี

วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2567

วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์


ทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์อันศักดิ์สิทธิ์ของฉัน โปรดปกป้องฉันด้วยปีกของท่าน
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2567

7 ต.ค. วันแห่งการสวดภาวนาและอดอาหาร


พระสันตปาปาฟรังซิสทรงเรียกร้องให้วันที่ 7 ตุลาคมเป็นวันแห่งการสวดภาวนาและอดอาหารเพื่อสันติภาพซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปีของการปะทุของสงครามอิสราเอล-ฮามาส

 พระสันตะปาปาฟรังซิสตรัสว่า “ในช่วงเวลาอันระทึกขวัญในประวัติศาสตร์ของเรา ขณะที่ลมแห่งสงครามและไฟแห่งความรุนแรงยังคงทำลายล้างผู้คนและประเทศชาติทั้งประเทศ” ชุมชนคริสตชนจึงได้รับการเตือนให้ “อุทิศตนเพื่อรับใช้มนุษยชาติ”

พระองค์ทรงเชิญสมาชิกสภาสังคายนาทั้งหมดไปเยี่ยมมหาวิหารเซนต์แมรี่เมเจอร์ในวันที่ 6 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันก่อนวันครบรอบ โดยพระองค์ตรัสว่าพระองค์จะ “ทูลขอจากใจจริงถึงพระแม่มารี” เพื่อขอสันติภาพ

 พระสันตปาปาทรงกระตุ้นว่า “ให้เราเดินไปด้วยกัน ขอให้เราฟังเสียงของพระเจ้า และขอให้เราได้รับการทรงนำโดยสายลมแห่งพระจิต”

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2567

คุณธรรมความอดทน


หากคุณรู้สึกหงุดหงิดที่พระเจ้าดูเหมือนจะไม่ตอบคำอธิษฐานของคุณ คุณไม่ควรยอมแพ้แต่จงอดทนรอคอย

 คุณธรรมแห่งความอดทนเป็นสิ่งที่พวกเราหลายคนขาดไป โดยเฉพาะในบางช่วงของชีวิต คุณอาจมีช่วงเวลาที่คุณหงุดหงิดกับลูกๆของคุณเมื่อคุณรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยหรือไม่สบาย

ขอให้ดูความอดทนของนักบุญเป็นตัวอย่าง

 ในพันธสัญญาเดิม  

 โจเซฟต้องรอนานถึง 13 ปีกว่าจะได้รับอิสรภาพและได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองอียิปต์

อับราฮัมต้องรอถึง 25 ปีเต็มเพื่อจะได้อิสอัค ถือกำเนิดเป็นลูกชายของเขา ซึ่งในเวลานั้นเขาอายุได้ 100 ปี  

ส่วนโมเสส... การรอคอยในทะเลทรายนานถึง 40 ปีก่อนที่จะนำชาวอิสราเอลออกจากอียิปต์ไปสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา  ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความอดทนอย่างน่าเหลือเชื่อ

ในพันธสัญญาใหม่  

เอลิซาเบธ มารดาของยอห์นผู้ทำพิธีล้างด้วยน้ำ ซึ่งเธอถูกกล่าวขานว่าเป็นหมันและต้องรอจนแก่เฒ่าจึงจะได้รับพรให้กำเนิดยอห์น  

สุดท้าย ลองนึกถึงพระเยซู พระองค์ทรงรออย่างน่าประทับใจถึง 30 ปีก่อนที่จะเริ่มงานประกาศข่าวดีต่อสาธารณชน นั่นคือ จนกว่าจะถึงเวลาที่พระบิดาบนสวรรค์ทรงกำหนดไว้ 

นักบุญโมนิกาต้องใช้เวลาถึง 18 ปีในการสวดภาวนาวอนขอให้ลูกชายของเธอ,ออกัสติน,กลับใจ 

ดังนั้น หากคุณวางใจในพระเจ้าก็จงมีความอดทน โปรดจำบุรุษและสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่มาก่อนคุณ ซึ่งไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาและความอดทนอย่างยิ่งใหญ่ต่อพระประสงค์ของพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังต้องขอบคุณเวลานั้นด้วย พวกเขาจึงได้รับหรือทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้ 

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ความรักอันยิ่งใหญ่ต่อพระเยซู


ครั้งหนึ่งพระเยซูทรงถามคัทเธอรีนแห่งเซียนนาว่า “ลูกที่รัก ลูกรู้ไหมว่าทำไมเราถึงรักลูก?” คัทเธอรีนตอบว่าเธอไม่ทราบ พระเยซูจึงตรัสว่า “เราจะบอกลูก ถ้าเราเลิกรักลูก ลูกก็จะไม่เหลืออะไรเลย ลูกจะไม่สามารถทำอะไรดีๆได้เลย เวลานี้ลูกคงเห็นแล้วว่าทำไมเราถึงต้องรักลูก” “จริงค่ะ” คัทเธอรีนตอบ และทันใดนั้นเธอก็พูดว่า “ลูกอยากจะรักพระองค์แบบนั้น” 

 แต่ทันทีที่เธอพูดจบ เธอก็รู้ว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นไม่เหมาะสม พระเยซูทรงยิ้ม จากนั้นเธอก็พูดอีกว่า “แต่มันไม่ยุติธรรม พระองค์สามารถรักลูกด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่ได้ แต่ลูกรักพระองค์ด้วยความรักเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

ในขณะนั้น พระเยซูทรงขัดจังหวะและตรัสว่า “เราได้ทำให้ลูกสามารถรักเราด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่ได้” เธอประหลาดใจและถามพระองค์ทันทีว่าทำอย่างไร “เราได้ให้เพื่อนมนุษย์ของลูกอยู่ข้างๆใกล้ลูกแล้ว ไม่ว่าลูกจะทำอะไรกับพวกเขา เราจะถือว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ทำกับเรา” คัทเธอรีนเต็มไปด้วยความปิติยินดีและวิ่งไปดูแลคนเจ็บป่วยในโรงพยาบาล “ตอนนี้ลูกสามารถรักพระเยซูด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่ได้แล้ว”