พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

วงขับร้องประสานเสียง


วงขับร้องประสานเสียงของซิสเตอร์คณะคาร์เมไลท์จากทั่วโลก  และหนึ่งในนั้นก็คงมีซิสเตอร์จากประเทศไทยด้วย

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สาส์นแม่พระว้นที่ 2 - 25 ส.ค. 2014

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 ส.ค.
ลูกที่รักทั้งหลาย  
 จงสวดภาวนาเพื่อความปรารถนาของแม่ด้วยเถิด  เพราะซาตานต้องการทำลายแผนการณ์ของแม่ซึ่งมีอยู่ ณ. ที่แห่งนี้และขโมยสันติภาพของพวกลูก  เพราะฉะนั้น  ลูกน้อยทั้งหลาย  จงสวดภาวนา  สวดภาวนา  สวดภาวนา  เพื่อที่พระเป็นเจ้าจะสามารถปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์ได้โดยผ่านทางลูกแต่ละคน  ขอให้หัวใจของพวกลูกเปิดรับน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้าเถิด  แม่รักลูกและอวยพรแก่ลูกด้วยความรักของแม่
ขอขอบใจลูกที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่

สาส์นแม่พระประทานแก่ มีรยานา 2 ส.ค. 2014
ลูกที่รักทั้งหลาย 
ภารกิจของแม่ที่มาอยู่กับลูกนั้น  ก็เพื่อช่วยลูกให้ได้รับชัยชนะในความดี  ถึงแม้ว่าสิ่งนี้ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้สำหรับลูกในเวลานี้  แม่รู้ว่าลูกยังไม่เข้าใจในหลายสิ่งหลายอย่าง  เช่นเดียวกับแม่ที่ไม่ได้เข้าใจในทุกๆสิ่ง - ทุกๆสิ่งที่องค์พระบุตรของแม่ทรงอธิบายแก่แม่ในเวลาที่พระองค์ทรงกำลังเจริญวัยอยู่กับแม่ – แต่แม่เชื่อพระองค์และติดตามพระองค์  ดังนั้นแม่ขอร้องให้ลูกทำสิ่งเดียวกันนี้ด้วย  คือขอให้ลูกเชื่อแม่และติดตามแม่  อย่างไรก็ดี  ลูกๆที่รักทั้งหลาย  การติดตามแม่คือการรักองค์พระบุตรของแม่ยิ่งกว่าทุกสิ่ง  โดยการรักพระองค์ในคนอื่นและไม่ทำให้มีความแตกต่าง  เพื่อที่ลูกจะทำสิ่งนี้ได้  แม่ขอให้ลูกสละละตนเอง ,สวดภาวนา และพลีกรรมอดอาหาร  แม่ขอให้ลูกมีศีลมหาสนิทเป็นชีวิตแห่งวิญญาณของลูก  แม่ขอให้ลูกเป็นอัครสาวกแห่งความสว่างที่แพร่กระจายความรักความเมตตาไปทั่วโลก  ลูกๆทั้งหลายของแม่  ชีวิตของลูกบนโลกนี้สั้นเหมือนการกระพริบตาเมื่อเปรียบเทียบกับชีวิตนิรันดร  และเมื่อลูกมาอยู่เบื้องพระพักตร์ขององค์พระบุตรของแม่  พระองค์จะทอดพระเนตรเห็นความรักในหัวใจของลูกว่ามีมากเพียงใด  และเพื่อที่จะแพร่กระจายความรักอย่างถูกต้อง  แม่จะวอนขอองค์พระบุตร - โดยอาศัยความรักของพระองค์ - ให้ทรงรวมพวกลูกเป็นหนึ่งเดียวกัน  เป็นหนึ่งเดียวกับนายชุมพาบาลของลูกและเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์  เพราะโดยอาศัยนายชุมพาบาลเหล่านั้น  องค์พระบุตรทรงมอบพระองค์เองแก่ลูกเสมอๆและชุบชูวิญญาณของลูกขึ้นมาใหม่  จงอย่าลืมเรื่องนี้
ขอขอบใจลูก

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เพลง Nearer my God to Thee


             เพลง Nearer my God to Thee หรือ เป็นเพลงขับร้องในโบสถ์ประพันธ์ขึ้นในศตวรรษที่ 19โดย Sarah Flower Adams  มีที่มาจากพระคัมภีร์ปฐมกาล 28 : 11-12 เกี่ยวกับความฝันของยากอบ
“ยากอบออกจากเมืองเบเออร์เชบาเดินทางไปยังเมืองฮาราน   เขามาถึงที่แห่งหนึ่ง  และพักอยู่ที่นั่นในคืนนั้น  เพราะดวงอาทิตย์ตกแล้ว  เขาเอาหินก้อนหนึ่งมาหนุนศีรษะ  แล้วนอนลงที่นั่น  เขาฝันว่ามีบันไดอันหนึ่งตั้งขึ้นบนแผ่นดิน  และยอดของมันสูงขึ้นไปถึงสวรรค์  มีทูตสวรรค์ของพระเจ้ากำลังเดินขึ้นลงบนบันไดนั้น”  เพลงนี้ถูกบรรเลงในเรือไททานิกขณะที่กำลังจมดิ่งลงในมหาสมุทรเพื่อปลอบขวัญผู้คนที่ขวัญเสียอยู่ในเวลานั้น
ทางไทยได้นำทำนองมาใส่เนื้อเพลงและให้ชื่อเพลงว่า ลูกเชื่อพระองค์  เป็นเพลงที่ไพเราะกินใจมากเพลงหนึ่ง 

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระสันตปาปาจะไปอิรัก

ขณะที่พระสันตปาปาฟรังซิสประทับบนเครื่องบินจากเกาหลีใต้กลับไปวาติกัน  พระองค์ให้สัมภาษณ์นักข่าว.....อ่านต่อ

บทภาวนาสองบทที่คล้ายกัน

บทข้าแต่พระบิดา  และ บทวันทามารีย์  เป็นบทภาวนาสองบทที่มีผู้สวดมากที่สุด  ทุกๆวันจะมีผู้สวดภาวนาสองบทนี้เป็นพันล้านครั้งในทุกประเทศทั่วโลก  ที่บ้าน  ที่โบสถ์ และสถานที่ต่างๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสวดสายประคำ  สายประคำหนึ่งสาย  จะมีการสวดบทข้าแต่พระบิดา 6 ครั้ง และบทวันทามารีย์ 53 ครั้ง  บทภาวนาทั้งสองมีโครงสร้างที่คล้ายกัน คือ แบ่งเป็นสองภาค  และในแต่ละภาคก็มีลักษณะคล้ายกันด้วย
บทข้าแต่พระบิดา
ภาคแรก
เป็นการสรรเสริญพระเป็นเจ้า  เรากล่าวว่า “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย  พระองค์สถิตในสวรรค์  พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ  พระอาณาจักรจงมาถึง  พระประสงค์จงสำเร็จไปในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ “  เราสรรเสริญพระองค์ว่าทรงเป็นพระเป็นเจ้าสูงสุด  เรารู้สึกปลื้มปิติยินดีที่พระองค์ทรงเป็นบิดาของเรา  ดังนั้นเราปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิดพระองค์  นั่นคือให้อาณาจักรของพระองค์จงมาถึง  และให้พระประสงค์ของพระองค์สำเร็จไปเพื่อแผ่นดินจะได้มีความสุข
ภาคที่สอง
         เป็นการถ่อมตนและขออภัย  เรากล่าวว่า “โปรดอภัยแก่ข้าพเจ้าเหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น”
          และเป็นการวอนขอ  เราวอนขอสองอย่างคือ “โปรดประทานอาหารประจำวัน แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ “  และ “โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ  แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้ายเทอญ”  เราวอนขอในฐานะที่เราเป็นลูกของพระองค์และพระองค์เป็นบิดาของเรา  โดยการขอให้พระองค์เลี้ยงดูเราและช่วยปกป้องเราให้พันจากภัยอันตราย  เรายังขอให้พระองค์อภัยความผิดแก่เราเมื่อเราทำความผิดด้วย
บทวันทามารีย์
ภาคแรก
เป็นการสรรเสริญแม่พระ  เรากล่าวว่า “วันทามารีย์ เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน  พระเจ้าสถิตกับท่าน  ผู้ได้รับพระพรกว่าหญิงใดใด และพระเยซูโอรสของท่านทรงได้รับพระพรยิ่งนัก“  เมื่อเรากล่าวสรรเสริญแม่พระ  เรารู้สึกปลื้มปิติยินดีที่แม่พระทรงได้รับพระเกียรติ  และเราได้ทำให้คำทำนายของแม่พระสำเร็จไป  คือ “แต่นี้ไปมนุษย์ทุกยุคทุกสมัยจะเรียกข้าพเจ้าว่าเป็นผู้มีบุญ”  แม่พระทรงมีบุญ  มีโชควาสนาที่ได้เป็นมารดาของพระเป็นเจ้า
ภาคที่สอง
         เป็นการถ่อมตนและวอนขอ เรากล่าวว่า “สันตะมารีย์มารดาพระเจ้า  โปรดภาวนาเพื่อลูกทั้งหลายผู้เป็นคนบาป  บัดนี้และเมื่อจะตาย”  เราถ่อมตนยอมรับว่าเป็นคนบาปและขอให้แม่พระทรงวอนขออภัยจากพระบิดาแทนเรา  เหมือนเช่นเด็กที่มาพึ่งแม่เมื่อทำความผิด  ขอให้แม่พูดกับพ่อแทนตนเอง  เรามีความวางใจในแม่พระในฐานะมารดาของเรา  เราไม่ได้ขอให้แม่พระอภัยบาปของเรา  เพราะมีแต่พระเป็นเจ้าเท่านั้นที่สามารถให้อภัยบาปได้
            บทภาวนาทั้งสองบทนี้เป็นบทภาวนาที่สวยงามที่สุด  และมีความหมายมากที่สุด  เมื่อพิจารณาให้ลึกลงไปในรายละเอียด  ยังสามารถพิจารณาได้อีกหลายประเด็น  ซึ่งเราควรนำไปไตร่ตรองด้วยตนเอง  ขอให้เราสวดภาวนาทั้งสองบทนี้ทุกวัน  บ่อยๆ  และสวดอย่างดี  ให้เรารักบทภาวนาทั้งสองบทนี้เหมือนเป็นทรัพย์สมบัติอันล้ำค่า  เพราะเป็นบทภาวนาที่นำพระพรมาให้แก่เรา   ทำให้เราปลื้มปิติยินดี  และทำให้เราได้อยู่ใกล้ชิดพระเป็นเจ้าและแม่พระ  นักบุญออกุสติน กล่าวว่า  “ผู้ที่สวดภาวนาจะได้รอด  ผู้ที่ไม่สวดภาวนาจะถูกสาปแช่ง  ผู้ที่สวดภาวนแต่น้อยก็มีความเสี่ยงต่อความรอดพ้นของเขา”

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แสวงบุญไปชมแบร์นาแด็ต



น. แบร์นาแด็ต  ซูบีรูส ผู้เห็นแม่พระแห่งลูรดส์ ประเทศฝรั่งเศส  เธอเสียชีวิตในปี 1879  แต่ร่างกายของเธอไม่เน่าเปื่อย  มีสภาพเหมือนกับมีชีวิตอยู่

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557