คุณพ่อได้เล่าให้พวกเราฟังเกี่ยวกับอัศจรรย์บางอย่างที่เกิดขึ้นผ่านทางยาชินทาและฟรังซิสโก
>>>อ่านต่อ
Pages
พระเมตตาของพระเยซูเจ้า
จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย
พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง
เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)
พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง
เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)
วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560
วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560
วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560
สาส์นแม่พระ2+25ต.ค.2017
ลูกที่รักทั้งหลาย
แม่ขอให้ลูกสวดภาวนาในช่วงเวลาแห่งพระหรรษทานนี้ ลูกทุกคนมีปัญหา มีความยากลำบาก มีความทุกข์ และไม่มีสันติสุข ขอให้บรรดานักบุญเป็นแบบอย่างแก่ลูกและส่งเสริมจิตใจของลูกให้มุ่งสู่ความศักดิ์สิทธิ์ พระเป็นเจ้าจะอยู่ใกล้ลูกและลูกจะได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ เมื่อลูกแสวงหาพระองค์โดยผ่านทางการกลับใจส่วนตัวของลูก ความเชื่อจะให้ความหวังแก่ลูก และความปิติยินดีจะครอบครองหัวใจของลูกขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่
สาส์นแม่พระประทานแก่ มีรยานา 2 ต.ค. 2017
ลูกที่รักทั้งหลาย
แม่พูดกับลูกในฐานะมารดา แม่พูดด้วยคำพูดที่เรียบง่ายแต่เป็นคำพูดที่เต็มไปด้วยความรักและความเอาใจใส่ในบรรดาลูกของแม่
ลูกที่วางใจในแม่โดยผ่านทางองค์พระบุตรของแม่
และองค์พระบุตรผู้ทรงดำรงอยู่ในนิรันดรภาพ ได้ตรัสกับพวกลูกด้วยพระวาจาแห่งชีวิต
พระองค์ทรงหว่านความรักลงในหัวใจที่เปิดรับ เพราะฉะนั้น แม่ขอวิงวอนพวกลูก
บรรดาอัครสาวกแห่งความรักของแม่ จงมีหัวใจที่เปิดเสมอที่จะมอบความเมตตาและการให้อภัย
เหมือนดังที่องค์พระบุตรของแม่ทรงกระทำ จงให้อภัยเพื่อนบ้านของลูก
เพราะด้วยวิธีนี้ สันติภาพจะดำรงอยู่ในตัวพวกลูก
ลูกทั้งหลายของแม่ จงเอาใจใส่ในวิญญาณของลูกเอง
เพราะวิญญาณเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เป็นของลูกอย่างแท้จริง
ลูกกำลังลืมความสำคัญของครอบครัว
ครอบครัวไม่ใช่สถานที่ของความทุกข์และความเจ็บปวด
แต่เป็นสถานที่ของความเข้าใจและความอ่อนโยน เป็นครอบครัวที่พยายามทำตามแบบอย่างชีวิตแห่งความรักขององค์พระบุตร
ขณะที่พระองค์ยังทรงเป็นเด็ก พระองค์ตรัสกับแม่ว่ามนุษย์ทุกคนเป็นพี่น้องของพระองค์
เพราะฉะนั้น จงจำไว้ อัครสาวกแห่งความรักของแม่ ว่าทุกคนที่ลูกพบเป็นคนในครอบครัวของลูกด้วย
เป็นพี่น้องของลูกเหมือนดังที่องค์พระบุตรตรัส
ลูกทั้งหลาย อย่าเสียเวลาไปคิดเรื่องของอนาคตและวิตกกังวล
ขอให้ลูกใส่ใจแต่เพียงการดำเนินชีวิตอย่างดีทุกเวลาตามแบบขององค์พระบุตรเถิด แล้วลูกก็จะมีสันติภาพ
ลูกทั้งหลายของแม่ อย่าลืมที่จะสวดภาวนาเพื่อบรรดานายชุมพาบาลของลูก
จงสวดภาวนาเพื่อที่พวกท่านจะได้ยอมรับทุกคนให้เป็นลูกของพวกท่าน
ตามที่องค์พระบุตรของแม่ทรงปรารถนาให้พวกท่านเป็นบิดาฝ่ายจิตของพวกเขา
ขอขอบใจลูก วันพุธที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560
วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
คืนดีกับพระเป็นเจ้า

เมื่อประมาณ 400 ปีก่อนมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตในบาปหนักมานาน
เธอรู้สึกสำนึกผิดและต้องการกลับคืนดีกับพระเป็นเจ้า ดังนั้นเธอจึงไปพบกับพระสังฆราชผู้มีชื่อเสียงในเวลานั้นคือ
น.ฟรังซิส เดอ ซาลส์ และขอสารภาพบาปของเธอกับท่าน
หลังจาก น. ฟรังซิส เดอ ซาลส์ อภัยบาปให้เธอแล้ว
เธอถามท่านนักบุญอย่างตะขิดตะขวงเพราะรู้สึกอับอายในตนเอง เธอพูดว่า “คุณพ่อคะ หลังจากที่ได้ฟังสิ่งที่เลวร้ายที่ดิฉันทำไปแล้ว เวลานี้คุณพ่อคิดว่าลูกเป็นอย่างไรคะ?”
พระสังฆราชได้ให้คำยืนยันแก่เธอด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “ลูกเอ๋ย พ่อเห็นลูกเป็นเหมือนนักบุญ ชีวิตในอดีตของลูกมันผ่านไปและไม่มีอีกต่อไปแล้ว เพราะลูกถูกยกขึ้นจากสถานะบาปสู่สถานะแห่งพระหรรษทานแล้ว”
ศีลอภัยบาปทำให้เรากลับคืนมาสู่สถานะพระหรรษทาน ทำให้เรารู้สึกถึงความชื่นชมยินดีของพระเป็นเจ้า บาปทำให้วิญญาณของเราหม่นหมองเศร้าใจ ทำให้ไม่รับรู้ในความยินดีของพระเป็นเจ้า ถ้าไม่ไปรับศีลอภัยบาป เราจะยังคงอยู่ในสภาพเช่นนั้น และนานไปจะกลายเป็นความชินชา จนไม่รู้สึกว่าบาปเป็นสิ่งที่ผิดอีกต่อไป
ดังนั้นเราควรไปสารภาพบาปเพื่อรับการอภัยบาปเสีย แม้ว่าจะเป็นเพียงบาปเบาก็ตาม
วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)




