พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ทะเลสาปสองแห่งในปาเลสไตน์


มีทะเลสาปสองแห่งในปาเลสไตน์  ทะเลสาบแห่งแรกเป็นน้ำจืดบริสุทธิ์  มีปลาและสัตว์น้ำอาศัยอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์  ริมฝั่งทะเลมีพืชพันธ์ต่างๆขึ้นงอกงามประดับทะเลให้ดูสวยสดชื่น  น้ำจากทะเลคอยหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตบนแผ่นดิน   ทะเลสาปอีกแห่งหนึ่งปราศจากชีวิต  ไม่มีพืชพันธ์หรือแม้แต่เสียงนกร้อง  มีแต่ความเงียบเหงาวังเวง...ทะเลสาปกาลิลีคือทะเลสาบแห่งแรก  เป็นทะเลสาบที่หล่อเลี้ยงชีวิตของสรรพชีวิต  ทะเลสาบแห่งที่สองเป็นทะเลสาบที่ปราศจากชีวิต  เพราะเหตุนี้มันจึงได้ชื่อว่าทะเลตาย Dead Sea  ทะเลทั้งสองต่างได้รับน้ำมาจากแม่น้ำจอร์แดน  แล้วเหตุใดจึงทำให้ทะเลทั้งสองจึงแตกต่างกันอย่างสุดขั้วเช่นนี้  เป็นเพราะทะเลกาลิลีเมื่อได้รับน้ำแล้วก็ถ่ายเทน้ำไปสู่ที่ต่างๆ  ส่วนทะเลตายเป็นทะเลที่รับเอาน้ำเข้ามาอย่างเดียว  โดยไม่ยอมปล่อยน้ำไปที่อื่น  ดังนั้นน้ำทะเลจึงเค็มจัด 
มีคนสองประเภทในโลกนี้  คนแรกเปรียบเหมือนทะเลกาลิลี  เขาแบ่งปันสิ่งที่ตนมีแก่ผู้อื่น  จิตใจของเขาจึงสดชื่นร่าเริงอยู่เสมอ  มีคนที่รักเขาและช่วยเหลือเขา  ส่วนคนอีกประเภทหนึ่งเปรียบเหมือนทะเลตาย  คือคนที่เห็นแก่ตัวไม่ยอมใช้จ่ายทรัพย์สินของตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นบ้าง  จิตใจของคนเช่นนี้ก็จะแห้งแล้ง  เงียบเหงา ไม่มีชีวิตชีวาเช่นเดียวกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น