พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Fatima documentary Heaven’s Key to Peace



รับไบแมเยอร์ ชิลเลอร์ พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับฟาติมา  ความสำคัญและท่าทีของพระศาสนจักร,  การตกต่ำของพระศาสนจักรภายหลังสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 และการถวายประเทศรัสเซียแด่ดวงหทัยนิรมลของแม่พระ
วิดีโอนี้นำมาจากบางส่วนของสารคดีเรื่อง Fatima documentary Heaven’s Key to Peace
-------------------------------
ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับมนุษยชาติทั้งหมด ในการที่พระศาสนจักรต้องปฏิบัติตามสาส์นแห่งฟาติมาอย่างจริงจัง
การที่ไม่มีการถวายประเทศรัสเซียแด่ดวงหทัยนิรมลของแม่พระถือเป็นหมายสำคัญ  หมายสำคัญของความอ่อนแอไร้พลังของพระศาสนจักรที่ไม่เต็มใจจะต่อต้านสงคราม  ไม่ตั้งใจที่จะสั่งสอนมนุษยชาติซึ่งกำลังขาดพระเจ้า  นั่นเป็นพระศาสนจักรที่หวาดกลัว
ผมคิดว่าฟาติมาทำให้พระศาสนจักรถูกตำหนิ  เพราะมันต้องใช้ความเชื่อและจริยธรรมเป็นอย่างมาก  ผมคิดว่าพระศาสนจักรของพวกคุณติดเชื้อจากลัทธิสัมพัทธนิยม (คือเชื่อว่าไม่มีความจริงแบบตายตัว)  ผมคิดว่าคุณควรใช้ความผิดพลาดนี้เป็นบทเรียน พระศาสนจักรในยุคนั้นและบรรดาผู้ใหญ่ควรมีความเชื่อในสาส์นแห่งฟาติมา  เพราะฉะนั้นการมีความเชื่อในฟาติมาและและสาส์นแห่งฟาติมาที่บอกว่า การต่อสู้กับบาปเป็นเรื่องที่จริงจังที่สุดคงเป็นสิ่งที่ทำให้พระศาสนจักรของพวกคุณไม่สบายใจนัก
            การถวายประเทศรัสเซียแด่ดวงหทัยนิรมลเป็นส่วนสำคัญของสาส์นแห่งฟาติมา  เพราะฉะนั้นผมคิดว่า พระศาสนจักรที่อ่อนแอคงจะพิจารณาสาส์นนี้ด้วยความคิดแบบสัมพัทธนิยมและพหุนิยม  และต้องการปิดบังและไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของฟาติมา  หรือพวกเขาก็จะพูดว่าสาส์นแห่งฟาติมาสำเร็จลุล่วงไปเรียบร้อยแล้ว
            ผมคิดว่าพระสันตะปาปาและผู้ใหญ่ในยุคนั้นคงกลัวว่าการถวายประเทศรัสเซียแด่ดวงหทัยนิรมลจะเป็นการเชื่อฟังพวกที่เคร่งธรรมประเพณีที่มีอยู่ในพระศาสนจักรมากเกินไป และทำให้พวกเขาต้องขายหน้าในท่ามกลางกลุ่มสหายหัวก้าวหน้าและท่ามกลางกลุ่มกระแสนิยมหลักของพระศาสนจักร  นอกจากนี้ยังอาจทำให้บรรดาผู้ที่ถูกพระศาสนจักรบัพชนียกรรมที่โดดเดี่ยววิพากย์วิจารณ์พวกเขาได้ ทำให้พวกเขาดูเหมือนขาดความน่าเชื่อถือ
             พระศาสนจักรคาทอลิกได้ทำกิจการที่เป็นไปในทางบวกแก่มนุษยชาติ  เพราะฉะนั้นผมรู้สึกผิดหวังมากในการที่มีการลดทอนความเชื่อคาทอลิกอย่างมากมายภายหลังจากการสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2
             ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับมนุษยชาติทั้งมวลในการที่พระศาสนจักรต้องปฏิบัติตามทุกสิ่งในสาส์นแห่งฟาติมา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น